คำเตือน: อินเทอร์เน็ตมีทั้งส่วนดีและส่วนร้ายเสมือนหนึ่ง "ดาบสองคม" ซึ่งต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง และมีวิจารณญาณในการที่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์
เว็บหาเพื่อนคุย เป็นเว็บที่จัดทำขึ้นมาสำหรับสมาชิกที่ต้องการมีเพื่อนต่างถิ่น ในการสนทนาพูดคุยกรุณาใช้วิจารณญาณในการสนทนา ไม่ควรหลงเชื่อ ข้อความมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้ท่านได้รับอันตรายจากภัยของอินเทอร์เน็ตได้
 

ภัยร้ายจากการหลงเชื่อข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตมากเกินไป

โลกปัจจุบันเป็นเหมือนโลกไร้พรมแดน การติดต่อสื่อสารสามารถทำได้หลายวิธี ทั้งสื่อสารผ่านระบบโทรศัพท์ ระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่สามารถส่งผ่านจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือที่เรียกกันว่า e-mail ได้เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ หรือการสนทนาผ่านโปรแกรมสนทนา หรือโปรแกรมแชต ที่มีอยู่มากมายและใช้กันอย่างแพร่หลาย

จนกลายเป็นข่าวสะเทือนขวัญขึ้นมาทันที เมื่อมีผู้พบกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ 2 ใบถูกนำมาทิ้งไว้ในพงหญ้าริมถนนรามคำแหง 24 ตัดใหม่ขาออก ด้านหลังบริษัท โอสถสภาฯ กระเป๋าเดินทางทั้ง 2 ใบ ขนาดความยาวประมาณ 2 ฟุต กว้าง 1 ฟุต แต่เมื่อเปิดออกดูถึงกลับผงะ เมื่อภายในกระเป๋าเป็นชิ้นส่วนมนุษย์ท่อนบนตั้งแต่ช่วงเอวขึ้นไปจนถึงต้นคอ สภาพของชิ้นส่วนยังสดๆ ไม่มีกลิ่นเหม็น แต่ส่วนที่พบยังไม่ครบทุกส่วน การค้นหาชิ้นส่วนที่เหลือและตัวฆาตกรโหดรายนี้จึงเริ่มขึ้น

การแกะรอยตามล่ามือหั่นเป็นไปอย่างรวดเร็ว เมื่อมีแท็กซี่พลเมืองดีแจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุม นายโมฮัมหมัด อารีฟ อายุ 34 ปี ชาวปากีสถาน พนักงานฝ่ายประสานงานต่างประเทศ บริษัทส่งออกสินค้าแห่งหนึ่ง ฆาตกรโหดรายนี้ และนำไปสู่การค้นหาชิ้นส่วนอวัยวะที่เหลือ

ฆาตกรโหดรายนี้ยอมรับสารภาพว่ารู้จักกับผู้ตาย คือ น.ส.------------------ (ขอสงวนนาม) อายุ 28 ปี ครูสาวสอน------------จาก------------ (ขอสงวนนามสถานที่) โดยสนทนาผ่านโปรแกรมสนทนาเพียง 1 เดือนเท่านั้น และแม้จะเป็นระยะเวลาสั้นๆ แต่ความไว้เนื้อเชื่อใจของครูสาวกลับมากมายถึงขนาดที่ขนาดยอมนั่งเครื่องบินมาหาฆาตรกรโหดถึงเมืองหลวง

โดยที่ครูสาวไม่รู้เลยว่า...การเดินทางมาครั้งนี้เหมือนกับการเดินทางมาเข้าหาเงื้อมมือมัจจุราชที่รอขย้ำอยู่

ทั้งคู่ลงเอยกันที่โรงแรมราชารีสอร์ต ย่านรัชดาภิเษก หลังร่วมหลับนอนกัน 3 ครั้ง ครูสาวชวนไปเที่ยวต่อที่พัทยา แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยถูกอ้างว่าไม่มีเงินและต้องทำงานต่ออีก ครูสาวจึงทวงเงินค่าตั๋วเครื่องบินที่ได้สำรองจ่ายไปก่อน เพราะฆาตกรโหดรับปากว่าจะเป็นผู้ออกให้ แต่ได้รับการปฏิเสธอีกเช่นกันว่าไม่มีเงิน ครูสาวจึงบันดาลโทสะจนเกิดมีปากเสียงกันขึ้นอย่างรุนแรง ถึงขั้นด่าทอดูหมิ่นถึงศาสนาของฆาตรกรโหด

ชนวนของการฆาตกรรมโหดจึงเกิดขึ้นจากจุดนี้ เพราะฆาตกรโกรธจัดจนระงับอารมณ์ไม่อยู่ ใช้หมอนกดหน้าครูสาวที่พยายามดิ้นรน ใช้เชือกรัดคอ พร้อมใช้มือบีบคอจนครูสาวแน่นิ่งเสียชีวิต

ด้วยเพราะกลัวความผิด ขั้นตอนอำพรางศพจึงเริ่มขึ้นเมื่อฆาตกรโหดเดินทางไปซื้อมีดที่ห้างคาร์ฟูร์ สาขารัชดาภิเษก มา 2 เล่ม ก่อนจะนำมาหั่นศพครูสาวในห้องน้ำ นำหัวกับขาใส่กระเป๋า 2 ใบ ไปทิ้งที่คลองน้ำแก้ว ซึ่งขนานกับถนนรัชดาภิเษกเป็นจุดแรก แต่ยังเหลือส่วนลำตัวอยู่ จึงไปซื้อกระเป๋าเดินทางมาอีก 2 ใบ จากห้างโลตัส รัชดาภิเษก และนำชิ้นส่วนใส่ไปทิ้งที่รามคำแหง 24 ซึ่งเป็นสถานที่พบศพครั้งแรก

เสร็จสิ้นจากการรับสารภาพขั้นตอนการลงมืออย่างทารุณ ฆาตกรโหดถูกควบคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และดำเนินคดีในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยทารุณโหดร้าย ซ่อนเร้นย้ายทำลายศพ เพื่อปกปิดการตาย 

ปิดฉากคดีสะเทือนขวัญฆ่าหั่นศพ นัดบอดผ่านโลกไซเบอร์

นับเป็นบทเรียนสอนใจของเหล่านักแชทที่มักใช้โปรแกรมสนทนาเป็นเครื่องมือในการสื่อใจถึงใจ ความไว้ใจของคนในโลกไซเบอร์ ที่ควรนิยามมันว่า “โลกจริง ในโลกลวง”


เปิ้ล สาวออฟฟิศ วัย 25 ปี เปิดเผยกับเรา ทีมข่าวอาชญากรรม ผู้จัดการออนไลน์ ว่า เป็นคนที่ชอบแชตมาตั้งแต่สมัยเรียนอยู่มหาวิทยาลัย พร้อมอธิบายถึงโปรแกรมยอดนิยมที่ใช้สำหรับแชตว่า โปรแกรมที่นิยมส่วนใหญ่เป็นโปรแกรมเพิร์ท โปรแกรมเอ็มไออาร์ซี แต่โปรแกรมทั้ง 2 เป็นโปรแกรมที่ค่อนข้างใช้งานยาก หากใครไม่มีพื้นฐานในการแชตมาก่อนมักจะใช้ไม่ค่อยเป็น อีกทั้งชื่อที่ใช้สำหรับแชตจะใช้ได้เฉพาะภาษาอังกฤษ และการสนทนาส่วนตัวต้องมีการพิมพ์รหัส เพื่อเปิดรับการกระซิบจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งห้องที่เข้าไปสนทนานั้นจะมีให้เลือกเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่จะเป็นชื่อจังหวัดต่างๆ หรือชื่อเฉพาะ เช่น น่ารัก, หาแฟน, กรุงเทพ, คนทำงาน เป็นต้น แล้วแต่ผู้ที่สนใจจะเข้าไปคุยกัน

เปิ้ล เล่าต่อว่า โปรแกรมที่ใช้คุยกันผ่านเว็บที่ได้รับความนิยมคือ www.sanook.com เป็นโปรแกรมที่นิยม สามารถใช้ชื่อที่จะแชตเป็นภาษาไทยได้ แต่มีข้อเสียคือมักจะหลุดง่าย แต่ก็ยังมีเหล่านักแชตนิยมมาแชตกันตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว แต่โปรแกรมที่คนส่วนใหญ่นิยมมากที่สุดคงเป็น เอ็มเอสเอ็น เพราะเป็นโปรแกรมที่มีมากับวินโดวส์ เพียงแต่คนเล่นมีเมลของฮอตเมล์ และนำเมลของอีกฝ่ายมาแอดเข้าไป แต่มีข้อแม้ว่าต้องเป็นนามสกุลฮอตเมล์, เอ็มเอสเอ็น หรือเอ็กแซมเพิลนั้น แต่ปัจจุบันมีโปรแกรมช่วยที่จะใช้เมลของอะไรก็ได้มาแชตในเอ็มเอสเอ็นได้ ซึ่งหากต้องการหาเพื่อนคุยทางเอ็มเอสเอ็นก็สามารถค้นหาได้จากเว็บไซต์ในอินเทอร์เน็ตได้จำนวนมาก โดยกลุ่มที่มักเข้ามาแชทส่วนใหญ่จะเป็นเด็กและวัยรุ่นอายุประมาณ 16-25 ปี แต่ช่วงอายุอื่นๆ ก็มีเช่นกัน

ส่วนการนัดเจอกันภายในแชตนั้น เปิ้ล เล่าว่า ไม่กล้านัดเจอ เนื่องจากไม่เคยเห็นหน้าค่าตากัน แต่ในใจจริงๆ ก็อยากที่จะเจอเหมือนกัน มีบ่อยครั้งที่มีการแลกเบอร์กัน แต่บางครั้งเจอพวกโรคจิตมักจะโทร.มาชวนเซ็กซ์โฟน หรือโทร.นัดไปมีเพศสัมพันธ์ จนต้องเปลี่ยนเบอร์ใหม่ไปหลายครั้งก็มี ยิ่งมีอยู่ช่วงหนึ่งที่มีข่าวออกมาบ่อยๆ ว่ามีการนัดเจอกันผ่านอินเทอร์เน็ตแล้วถูกล่อลวงไป ทั้งข่มขืน และจี้ชิงทรัพย์ ยิ่งทำให้รู้สึกกลัว ยิ่งข่าวฆ่าหั่นศพครั้งนี้ยิ่งทำให้กลัวมากขึ้น

แต่เปิ้ล ก็กล่าวทิ้งท้ายไว้ว่า โดยส่วนตัวก็ยังคงจะยังแชตต่อไป เพราะหากรู้จักคิดไม่หลงเชื่อกับคำพูดที่ออกมาทางแชตก็คงไม่มีปัญหา อีกอย่างเชื่อว่าคนในแชตก็คงมีไม่น้อยที่พอจะคุยกันได้ กลุ่มที่หวังใช้การสนทนาเป็นที่ระบายอารมณ์คงมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น

        จากอุทาหรณ์ดังกล่าว คงปฏิเสธไม่ได้ว่าคอมพิวเตอร์นั้นเสมือนหนึ่ง “ดาบสองคม” ซึ่งต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง และมีวิจารณญาณในการที่จะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ซึ่งเราเชื่อว่าจะยังมีผู้คนอีกไม่น้อยที่จะต้องตกเป็น “เหยื่อ” แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการปราบปรามจึงมิใช่เหตุผลหลักที่จะสามารถควบคุมอาชญากรที่เกิดขึ้นจากคอมพ์ได้ แต่การป้องกันต่างหากที่จะไม่ให้เหตุการณ์อย่างที่ครูสาวถูกกระทำเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : http://www.manager.co.th/Crime/ViewNews.aspx?NewsID=9490000063168




 

ปัจจุบันการใช้งานระบบอินเทอร์เน็ตมีประโยชน์อย่างมาก จึงทำให้การใช้งานเป็นไปอย่างแพร่หลาย บุคคลที่ใช้อินเทอร์เน็ตจึง
มีหลายจุดประสงค์ ทั้งใช้งานในสิ่งที่เป็นประโยชน์ และการใช้งานที่เป็นผลร้ายต่อบุคคลอื่น ดังนั้นสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงได้ทำ
การแปลและเรียบเรียงวิธีการใช้งาน อินเทอร์เน็ตเบื้องต้น สำหรับผู้ที่เริ่มใช้งาน เพื่อจะได้ปลอดภัย จากภัยร้ายบนอินเทอร์เน็ต
  1. เมื่อเริ่มใช้อินเทอร์เน็ตเป็นครั้งแรก ควรปรึกษาผู้ใหญ่เกี่ยวกับแนวทางในการใช้ในการใช้อินเทอร์เน็ตต่อวัน และเมื่อผู้ใช้มีความรู้ และคุ้นเคยในการใช้งานจริงบ้างแล้ว จึงค่อยปรับเปลี่ยนแนวทางในใช้เวลาในการใช้อินเทอร์เน็ตให้เหมาะสมต่อไป และควรเขียนแนวทางในการใช้อินเทอร์เน็ตติดไว้ใกล้กับคอมพิวเตอร์ เพื่อความสะดวกในการจัดระบบการใช้อินเทอร์เน็ต
  2. อย่าให้รหัสลับแก่ผู้อื่น
  3. ต้องได้รับอนุญาตจากผู้ใหญ่ ทุกครั้งที่ให้ข้อมูลส่วนตัวกับบุคคลอื่นในอินเทอร์เน็ต
  4. ตรวจทานว่าได้พิมพ์ชื่อเว็บไซด์ถูกต้องเสียก่อน แล้วจึงกด Enter เพื่อจะได้เข้าเว็บไซด์ที่ต้องการได้ถูกต้อง
  5. ปรึกษาผู้ใหญ่ ก่อนเข้าใช้ห้องสนทนาบนอิน เทอร์เน็ต เพราะว่าห้องสนทนาแต่ละห้องมีการสนทนาที่แตกต่างกัน บางห้องอาจไม่เหมาะสม
  6. ถ้าพบเห็นข้อความ หรือสิ่งใด ที่ไม่เหมาะสม หรือ คิดว่าไม่ดีต่อการใช้อินเทอร์เน็ต ควรออกจากเว็บไซด์นั้น และแจ้งให้ผู้ใหญ่ทราบทันที
  7. อย่าส่งรูปภาพของตนเอง หรือรูปภาพของผู้อื่น ให้คนอื่นทางอีเมลล์ ยกเว้นได้รับอนุญาตจากผู้ใหญ่เสียก่อน
  8. ถ้าได้รับอีเมลล์ที่มีข้อความไม่เหมาะสมหรือทำให้ไม่สบายใจ ไม่ควรโต้ตอบ และควรบอกให้ผู้ใหญ่ทราบก่อนทันที
  9. บนอินเทอร์เน็ต ทุกอย่างที่คุณเห็นไม่ใช่เรื่องจริงเสมอไป
  10. อย่าบอกอายุจริงของคุณกับคนอื่น ถ้ามีความจำเป็นควรปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน
  11. อย่าบอกชื่อจริง และนามสกุลจริงกับบุคคลอื่น ถ้ามีความจำเป็นควรปรึกษา และขออนุญาตผู้ใหญ่ก่อน
  12. อย่าบอกที่อยู่ ของคุณกับบุคคลอื่น
  13. ปรึกษาผู้ใหญ่ก่อนทุกครั้งที่จะทำการลงทะเบียนใด ๆ บนอินเทอร์เน็ต
  14. อย่าให้หมายเลขของบัตรเครดิตการ์ดของคุณกับบุคคลอื่น ถ้ามีความจำเป็นควรปรึกษาผู้ใหญ่ก่อน
  15. ขณะที่ใช้อินเทอร์เน็ต ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเรา คุณสามารถทำในสิ่งที่ตัวเองต้องการ และไม่ทำในสิ่งที่ไม่ต้องการได้
  16. อย่าเปิดเอกสารหรืออีเมลล์หรือไฟล์ จากบุคคลอื่นที่ไม่รู้จัก เพราะอาจมีไวรัส หรือข้อมูลไม่เหมาะสม มากับเอกสารหรืออีเมลล์นั้น
  17. ควรวางเครื่องคอมพิวเตอร์ไว้ในสถานที่ที่สะดวกในการดูแลเอาใจใส่ เช่น ห้องนั่งเล่น หรือ ห้องส่วนรวม
  18. อย่าตัดสินใจที่จะไปพบบุคคลอื่นซึ่งรู้จักกันทางอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้รับอนุญาตจากผู้ใหญ่ และถ้ามีการนัดพบกันไม่ควรไปเพียงลำพัง ควรมีผู้ใหญ่หรือคนที่รู้จักหรือเพื่อนไปด้วย และควรนัดพบกันในที่สาธารณะ
  19. บนอินเทอร์เน็ตข้อมูลต่าง ๆ ที่เราพิมพ์ลงไป บุคคลอื่นที่เราไม่รู้จักสามารถล่วงรู้ได้ จึงควรใช้อย่างระมัดระวัง
  20. อย่าบอกเบอร์โทรศัพท์ของคุณกับบุคคลอื่น ในอินเทอร์เน็ต
  21. พูดคุยกับผู้ใหญ่อย่างสม่ำเสมอ เกี่ยวกับสถานที่ กิจกรรม และสิ่งต่าง ๆ ที่พบเห็น บนอินเทอร์เน็ตที่ได้พบเห็น ระหว่างการใช้อินเทอร์เน็ต
  22. ใช้ชื่อที่ต่างจากชื่อจริง และชื่อเล่นของตัวเองเพื่อใช้แทนตัวเอง ในขณะใช้อินเทอร์เน็ต
  23. ควรปรึกษาผู้ใหญ่ ถ้าต้องการที่จะให้อีเมลล์แอดเดรสกับบุคคลอื่นในอินเทอร์เน็ต
  24. ถ้ามีบุคคลอื่นที่ไม่รู้จักกันมาก่อน ถามเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป ไม่ควรให้ข้อมูล และควรหยุดการสนทนานั้น
  25. อย่าบอกชื่อ ที่อยู่ของโรงเรียนของคุณ กับบุคคลอื่นบนอินเทอร์เน็ต
  26. ขณะใช้อินเทอร์เน็ตไม่ควรเชื่อคำพูดหรือข้อมูลของบุคคลอื่น เพราะการปลอมตัวทำได้ง่าย และอาจไม่เป็นความจริง
  27. อย่าทำสิ่งผิดกฎหมายบนอินเตอร์เน็ต เช่น ถ้าไม่เคยใช้บัตรเครดิต ก็ไม่ควรกรอกข้อมูลในการซื้อของ โดยใช้บัตรเครดิต บนอินเทอร์เน็ต
  28. เมื่อมีใครบางคนให้เงินหรือของขวัญ ฟรี ๆ กับคุณ ควรบอกปฏิเสธ และบอกให้ผู้ใหญ่ทราบทันที
  29. อย่าใช้คำไม่สุภาพ ขณะใช้อินเทอร์เน็ต
  30. คุณสามารถออกจากอินเทอร์ได้ด้วยตัวเอง ถ้าไม่ต้องการใช้อินเทอร์เน็ต

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : http://www.police.go.th/show.php?data_id=43




อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ประเภทต่างๆ

 อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Cyber-Crime) เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อโจมตีระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลที่อยู่บนระบบดังกล่าว ส่วนในมุมมองที่กว้างขึ้น “อาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับคอมพิวเตอร์” หมายถึงการกระทำที่ผิดกฎหมายใดๆ ซึ่งอาศัยหรือมีความเกี่ยวเนื่องกับระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่าย อย่างไรก็ตาม อาชญากรรมประเภทนี้ไม่ถือเป็นอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์โดยตรง

อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ (Cyber-Crime) เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายโดยใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์เพื่อโจมตีระบบคอมพิวเตอร์และข้อมูลที่อยู่บนระบบดังกล่าว  ส่วนในมุมมองที่กว้างขึ้น “อาชญากรรมที่เกี่ยวเนื่องกับคอมพิวเตอร์” หมายถึงการกระทำที่ผิดกฎหมายใดๆ ซึ่งอาศัยหรือมีความเกี่ยวเนื่องกับระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่าย อย่างไรก็ตาม อาชญากรรมประเภทนี้ไม่ถือเป็นอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์โดยตรง

ในการประชุมสหประชาชาติครั้งที่ 10 ว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรมและการปฏิบัติต่อผู้กระทำผิด (The Tenth United Nations Congress on the Prevention of Crime and the Treatment of Offenders) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเวียนนา เมื่อวันที่ 10-17 เมษายน 2543 ได้มีการจำแนกประเภทของอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ โดยแบ่งเป็น 5 ประเภท คือ การเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต, การสร้างความเสียหายแก่ข้อมูลหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์, การก่อกวนการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่าย, การยับยั้งข้อมูลที่ส่งถึง/จากและภายในระบบหรือเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และการจารกรรมข้อมูลบนคอมพิวเตอร์

โครงการอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์และการโจรกรรมทรัพย์สินทางปัญญา (Cyber-Crime and Intellectual Property Theft) พยายามที่จะเก็บรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูล และค้นคว้าเกี่ยวกับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ 6 ประเภท ที่ได้รับความนิยม ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อประชาชนและผู้บริโภค นอกจากนี้ยังทำหน้าที่เผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับขอบเขตและความซับซ้อนของปัญหา รวมถึงนโยบายปัจจุบันและความพยายามในการปัญหานี้

อาชญากรรม 6 ประเภทดังกล่าวได้แก่
การเงิน
– อาชญากรรมที่ขัดขวางความสามารถขององค์กรธุรกิจในการทำธุรกรรม  อี-คอมเมิร์ซ (หรือพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์)

การละเมิดลิขสิทธิ์ – การคัดลอกผลงานที่มีลิขสิทธิ์ ในปัจจุบันคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและอินเทอร์เน็ตถูกใช้เป็นสื่อในการก่ออาชญากรรม  แบบเก่า โดยการโจรกรรมทางออนไลน์หมายรวมถึง การละเมิดลิขสิทธิ์  ใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อจำหน่ายหรือเผยแพร่ผลงานสร้างสรรค์ที่ได้รับการคุ้มครองลิขสิทธิ์

 การเจาะระบบ – การให้ได้มาซึ่งสิทธิในการเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์หรือเครือข่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และในบางกรณีอาจหมายถึงการใช้สิทธิการเข้าถึงนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต  นอกจากนี้การเจาะระบบยังอาจรองรับอาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ในรูปแบบอื่นๆ (เช่น การปลอมแปลง การก่อการร้าย ฯลฯ)

การก่อการร้ายทางคอมพิวเตอร์ – ผลสืบเนื่องจากการเจาะระบบ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความหวาดกลัว เช่นเดียวกับการก่อการร้ายทั่วไป โดยการกระทำที่เข้าข่าย  การก่อการร้ายทางอิเล็กทรอนิกส์ (e-terrorism) จะเกี่ยวข้องกับการเจาระบบคอมพิวเตอร์เพื่อก่อเหตุรุนแรงต่อบุคคลหรือทรัพย์สิน หรืออย่างน้อยก็มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความหวาดกลัว

ภาพอนาจารทางออนไลน์ – ตามข้อกำหนด 18 USC 2252 และ 18 USC 2252A การประมวลผลหรือการเผยแพร่ภาพอนาจารเด็กถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย และตามข้อกำหนด 47 USC 223 การเผยแพร่ภาพลามกอนาจารในรูปแบบใดๆ แก่เยาวชนถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมาย  อินเทอร์เน็ตเป็นเพียงช่องทางใหม่สำหรับอาชญากรรม  แบบเก่า  อย่างไรก็ดี ประเด็นเรื่องวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการควบคุมช่องทางการสื่อสารที่ครอบคลุมทั่วโลกและเข้าถึงทุกกลุ่มอายุนี้ได้ก่อให้เกิดการถกเถียงและการโต้แย้งอย่างกว้างขวาง

ภายในโรงเรียน – ถึงแม้ว่าอินเทอร์เน็ตจะเป็นแหล่งทรัพยากรสำหรับการศึกษาและสันทนาการ แต่เยาวชนจำเป็นต้องได้รับทราบเกี่ยวกับวิธีการใช้งานเครื่องมืออันทรงพลังนี้อย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบ โดยเป้าหมายหลักของโครงการนี้คือ เพื่อกระตุ้นให้เด็กได้เรียนรู้เกี่ยวกับข้อกำหนดทางกฎหมาย สิทธิของตนเอง และวิธีที่เหมาะสมในการป้องกันการใช้อินเทอร์เน็ตในทางที่ผิด

แหล่งข้อมูลอ้างอิง : http://technology.msnth2.com/article.asp?id=643&art=product